“สมยศ” ยกนิ้วสโมสรไม่เห็นแก่ตัว ช่วยไทยลีกฝ่าวิกฤติโควิด

0
127

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยกนิ้วให้บรรดาสโมสรในลีกไทย ที่พร้อมใจกันช่วยให้ไทยลีก ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 ณ ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยลีก จำกัด จัดการประชุมร่วมกับ ตัวแทนจากสโมสรฟุตบอลไทยลีก 1 และไทยลีก 2 เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก หลังเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2019 ซึ่งภายหลังการประชุม “บิ๊กอ๊อด” เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นหลัก

เรื่องแรก คือการกำหนดวันที่จะมีการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2020 ที่ประชุมมีมติเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ ถ้าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ไม่เลวร้ายไปกว่านี้หรือมีทิศทางในทางที่ดีขึ้น น่าจะกลับมาจัดการแข่งขันได้ในเดือนกันยายน 2563 และไปจบฤดูกาลในเดือนพฤษภาคม 2564 ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการอื่นๆ จะยังคงจัดการแข่งขันเหมือนเดิม เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะมีการปรับช่วงเวลาเปิดตลาดซื้อขายนักเตะ

เพื่อให้สอดคล้องกับการกลับมาเริ่มแข่งขันในเดือนกันยายน ส่วนจะนับคะแนนรวมที่แข่งไปแล้ว 4 นัดหรือไม่ สโมสรในไทยลีก 1 จะทำหนังสือแจ้งแนวทางที่แต่ละทีมต้องการมาให้สมาคมฯ ภายในวันที่ 22 เมษายนนี้ เพื่อพิจารณาว่าให้คงคะแนนไว้ หรือให้เป็นโมฆะไป ส่วนเรื่องที่ทุกสโมสรจะกลับไปเจรจาลดค่าจ้างบุคลากร ทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ในอัตรา 50% หรือครึ่งหนึ่ง

เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งลีก ในส่วนนี้ ทางสมาคมฯ จะติดต่อไปยังฟีฟ่า เพื่อให้ทราบถึงความร่วมมือร่วมใจของลีก เพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องกันในภายหลัง ขณะที่ ประเด็นเลื่อนโปรแกรมเตะให้เหมือนกับลีกในยุโรป ไม่ให้ทับกับฤดูฝน ที่ประชุมเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่เกิดขึ้นจากวิกฤติโควิด-19 ที่จะปรับเปลี่ยนปฏิทินแข่งขัน เนื่องจากถ้าต้องแข่งขันช่วงฤดูฝน จะส่งผลกระทบต่อหลายเรื่อง

ทั้งแฟนบอลที่จะเข้าไปชมในสนาม การเดินทาง สภาพสนาม ตลอดจนอาการบาดเจ็บของนักกีฬาที่แข่งกันในฤดูฝน อันเกิดจากสภาพสนามที่ไม่ดี ภูมิอากาศในช่วงนั้นที่แฟนบอลก็ไม่เข้าสนาม แต่ถ้าแข่งช่วงฤดูหนาว สภาพอากาศก็เหมาะกับการที่แฟนบอลจะมานั่งดูบอลในสนามแบบสบายๆ ทั้งนี้ยังรวมถึงเรื่องการเปิดตลาดซื้อขายนักเตะจะตรงกับลีกชั้นนำของโลกด้วย ในส่วนของเงินสนับสนุนจากทรูวิชั่นส์ ที่จะต้องจ่ายเดือนกรกฎาคม ตอนนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ เนื่องจากยังไม่ได้กลับมาแข่งขัน ทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ส่ง นายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษาฯ เข้ามารับฟังปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสภาพทางทางการเงิน

เพื่อดำเนินการหาช่องทางเยียวยา โดยการร้องขอเงินสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ แนวทางการนำเงินจากกองทุนกีฬาอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาให้กับสโมสรต่อไป สุดท้าย “บิ๊กอ๊อด” ยกนิ้วให้บรรดาสโมสรสมาชิกที่ได้แสดงความคิดเห็นกว้างขวางและทำให้เกิดประโยชน์กับวงการกีฬาฟุตบอลไทย

ทำให้เห็นว่าเมื่ออยู่ในภาวะที่ยากลำบาก หรือได้รับผลกระทบด้วยกัน ทุกทีมต่างหันหน้าเข้าหากัน คุยกันด้วยเหตุและผล ไม่มีใครมีความคิดเห็นที่แตกแยกออกไป ทุกสโมสรมีมติไปในทิศทางเดียวกัน นี่คือสิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับประชุมหารือกันในวันนี้